ปวงประชาปลื้มปิติพระบารมีในหลวงเสด็จเปิดประตูน้ำคลองลัดโพธิ์-สะพานภูมิพล1-2
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 25 พฤศจิกายน 2553 00:07 น.
ASTVผู้จัดการรายวัน - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 และภูมิพล 2 ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ท่ามกลางประชาชนเฝ้ารอรับเสด็จเป็นจำนวนมากที่เปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องทั่วคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา นับเป็นครั้งแรกที่พระองค์เสด็จฯ ออกเป็นระยะทางไกลหลังจากที่ทรงประทับพักฟื้นพระวรกายอยู่ที่ รพ.ศิริราช
วานนี้ (24 พ.ย.) เวลา 16.30น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากอาคารเฉลิมพระเกียรติไปยังท่าเทียบ เรือสมาคมศิษย์เก่า คณะแพทศาสตร์ศิริราช ประทับเรือพระที่นั่งอังสนาที่กองทัพเรือจัดถวาย เพื่อเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังคลองลัดโพธิ์ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 ภูมิพล 2 รวมระยะทางการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ 16 ก.ม.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์สูทชุดสีกากี เชิ้ตสีขาว ทรงมีสีพระพักต์สดใส และเสด็จพระประทับบนด้านหัวเรือพระที่นั่ง ซึ่งมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงประทับอยู่ด้านข้าง โดยมีคณะบุคคลสำคัญตามเสด็จ อาทิ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี,นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดี กรมชลประทาน นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
การเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคครั้งนี้ ถือเป็นการเสด็จฯ ครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากที่ทรงทอดพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร และนับเป็นครั้งแรกที่พระองค์เสด็จฯ ออกเป็นระยะทางไกลหลังจากที่ทรงประทับพักฟื้นพระวรกายอยู่ที่ รพ.ศิริราช
โดยตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มตั้งแต่ฝั่งโรงพยาบาลศิริราชและ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เป็นความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร มีประชาชนเป็นจำนวนมากพร้อมใจสวมเสื้อสีชมพูพร้อมโบกธงชาติไทยและธงตรา สัญญลักษณ์ประจำพระองค์ภปร.มาเฝ้ารับเสด็จฯ ครั้นเมื่อเรือพระที่นั่งเคลื่อนผ่านมาที่ใด จะมีประชาชนเปล่งเสียง “ ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นบรรยากาศที่ปลื้มปิติเหนือคำบรรยายขนาดบางคนถึงกับร่ำไห้ด้วยความปลาบ ปลื้มยินดี
กระทั่งเวลา 18.05 น เรือพระที่นั่งอังสนาได้มาถึงยังปากคลองประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ท่ามกลางประชาชนชาวพระประแดงที่สวมเสื้อสีชมพูมาจับจองพื้นที่เฝ้ารับเสด็จ อย่างเนืองแน่นตั้งแต่เที่ยง และทันทีที่เรือพระที่นั่งอังสนามาถึง ประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จได้พร้อมใจกันเปล่งเสียง”ทรงพระเจริญ”ดังกึกก้อง ไม่ขาดสาย
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลถวายรายงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรวีดิทัศน์ความเป็นมาของโครงการบน เรือพระที่นั่ง ต่อจากนั้นจึงเป็นพิธีเปิดโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงวางพระหัตถ์บนแท่น ที่ฉายภาพแผนที่เพื่อทรงเปิดประตูระบายน้ำและสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2
หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงไฮไลต์พิเศษของพระราชพิธี โดยใช้เทคนิคPYRO TECHNIC แสดงแสงสีเสียงบริเวณด้านหลังประตูระบายน้ำ และยังมีการยิงแสงเลเซอร์ไปบนยอดสะพานภูมิพล 1 เป็นรูปพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนที่เฝ้าชมการแสดงเป็นอย่างมาก
ต่อจากนั้นเป็นการจุดพลุ 3 ชุดด้วยกัน คือชุดที่ 1 ชื่อ “ประตูเชื่อมสุข” ซึ่งใช้พลุทั้งหมด 99 นัด ชุดที่ 2 ชื่อ “สะพานเชื่อมใจ” จำนวน 250 นัด และชุดที่ 3 ในชื่อ “ ที่สุดแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ที่สุดแห่งการบูรณาการ” จำนวน 99 นัด ประกายพลุเจิดจ้าสว่างไสวเต็มท้องฟ้าเหนือสะพานภูมิพล 1 กลายเป็นภาพที่สวยงามสะกดให้ทุกคนต้องตื่นตลึง
จนถึงเวลา 18.45 น.เรือพระที่นั่งอังสนา ออกจากปากคลองประตูระบายน้ำ กลับมาถึงท่าเทียบเรือ สมาคมศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราช เวลา 19.35 น.
นายวัชระ เติมวรรธนภัทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรงคนอง อ.พระประแดง กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณ อ.พระประแดงโดยรอบและพื้นที่ติดริมน้ำเจ้าพระยาในเขต กทม. ประสบปัญหาน้ำทะเลหนุนและปัญหาน้ำหลากมาโดยตลอด รวมถึงปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ กว่า 50,000 คน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาคลองลัดโพธิ์ และมีพระราชดำริให้สร้างสะพานภูมิพล 1 และ สะพานภูมิพล 2 ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ที่สำคัญการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ไม่ได้ช่วยเหลือเพียงแค่ชาวบ้านในอ. พระประแดงและชาวกทม. เท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือชาวบ้านใน จ. นครสวรรค์และอีกหลายจังหวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้อีกด้วย เพราะประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ สามารถระบายน้ได้ถึง 500 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งถ้าไม่มีประตูระบายน้ำ ณ คลองแห่งนี้ ประเทศไทยอาจจะประสบแญหาน้ำท่วมมากกว่านี้
“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นต่อชาวพระประแดง และปวงชนชาวไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักมากที่สุดในโลก ทรงบรรเทาทุกข์และความเดือดร้อนของประชาชนให้หมดสิ้นไป ทำให้ประชาชนทุกคนมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายวัชระกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าวานนี้ บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองลัดโพธิ์ สถานที่จัดพิธี ส่วนราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับอบต.ทรงคนอง กรมชลประทาน เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้ร่วมกันทำความสะอาด ตกแต่งประดับประดา ประตูระบายน้ำ ติดตั้งระบบแสงสี เพื่อจัดแสดงประวัติความเป็นมาของโครงการคลองลัดโพธิ์ รวมทั้งติดตั้งระบบแสงสีด้วยระบบวิชัวล์สามมิติ ทั้งนี้ยังได้เปิดสวนสาธารณะคลองลัดโพธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ใช้สะพานภูมิพล 1-2 หรือสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม เพื่อให้ประชาชนเข้ามาเฝ้ารอรับเสด็จฯ โดยนำจอโปรเจคเตอร์ ขนาดใหญ่ จำนวน 5 จอมาติดตั้งไว้ เพื่อถ่ายทอดประวัติความเป็นมาของการก่อสร้างคลองลัดโพธิ์ให้ประชาชนได้ชม พระบารมี
การแสดง ความปลื้ม ปิติ ของประชาชน 1 (ปิติ จัง)
น.ส.วิมลรัตน์ แสงอุไร อายุ 47 ปี ชาวต.บางน้ำผึ้ง หนึ่งในประชาชนชาวพระประแดงหลายหมื่นคนที่มาเฝ้าชื่นชมพระบารมีในหลวง เปิดเผยว่า สภาพของชาวบ้านในเขตพื้นที่ 6 ตำบล สมัยก่อน ได้รับความเดือนร้อนจากน้ำท่วม ในช่วงน้ำทะเลหนุน บางครั้งต้องลุยน้ำเท่าเอว ออกจากบ้าน โดยเฉพาะเมื่อปี 38 น้ำท่วมสูงที่สุด ชาวบ้านจำนวนมากทนความเดือดร้อนไม่ได้ ประกอบกับการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากน้ำท่วม จึงมีหลายคนขายที่ ขายสวน อพยพออกนอกพื้นที่ เพื่อไปทำกินที่อื่น แต่หลังจากมีโครงการพระราชดำริคลองลัดโพธิ์ น้ำที่เคยท่วมก็หายไป ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น น้ำก็ไม่ท่วม มีตลาดน้ำอยู่ในระแวกใกล้เคียง ทุกวันนี้หลายคนเริ่ม ชีวิตที่ดี วันนี้ตนเดินทางมาตั้งแต่เที่ยงเพื่อรอชมพระบารมี และภูมิใจที่มีโครงการพระราชดำริเกิดขึ้น
การแสดง ความปลื้ม ปิติ ของประชาชน 2 (ปิติ จัง)
ส่วนคุณป้าสำลี แม่ค้าในตลาสดบางน้ำผึ้ง กล่าวว่าจนรู้สึกภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตที่มีโอกาสเข้าเฝ้าในหลวง แม้ว่าจะได้ชื่นชมพระพักตร์ผ่านจอโปรเจคเตอร์ที่ทางจังหวัดจัดให้ก็ตาม นอกจากนี้ป้าสำลียังเปิดเผยว่าเมื่อก่อนตอนเล็ก ๆ นั้นแม่ของป่าสำลีซึ่งเป็นแม่ค้าขายของอยู่ในตลาดแห่งนี้มาก่อน ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมจนขายของไม่ได้ ตนต้องมาคอยช่วยแม่หอบของหนีน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ บางครั้งซ้ำร้ายหอบของหนีไม่ทันต้องขาดทุนเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากที่มีคลองลัดโพธิ์แล้ว ชีวิตแม่ค้าในตลาดสดที่นี่ก็มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ป้าสำลีจะไม่ลืมเลย
สำหรับคลองลัดโพธิ์เป็นชื่อคลองเดิมบริเวณเขตติดต่อพื้นที่ จ.สมุทรปราการและกรุงเทพฯ เดิมทีมีลักษณะตื้นเขิน ต่อมาได้จัดสร้างเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ เป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพฯ โดยยึดหลักการ “เบี่ยงน้ำ” ภายใต้การดูแลอของหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงานคือ กรมชลประทาน กรุงเทพฯ และ คณะกรรมการพิเศษประสานงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีหลักการคือจากสภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมมีลักษณะไหลวนคดเคี้ยวบริเวณรอบ พื้นที่บางกระเจ้านั้น มีความยาววถึง 18 กม.ทำให้การระบายน้ำที่ท่วมพื่นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ เป็นไปได้ช้า ไม่ทันเวลาน้ำทะเลหนุน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้พัฒนาใช้คลองลัดโพธิ์ ซึ่งเดิมมีความตื้นเขิน มีความยาวราว 600 เมตรให้ใช้ระบายน้ำที่หลากและน้ำที่ท่วมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ ทะเลทันที ในช่วงก่อนที่น้ำทะเลหนุน คลองลัดโพธิ์เป็นคลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกระแสพระราชดำรัสถึงเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.49 ว่าเป็นสถานที่ตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องการความรู้เรื่องเกี่ยวกับเวลาน้ำขึ้นน้ำลง หากบริหารจัดการให้ถูกต้องจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้
พร้อมกันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ยังทรงมีพระราชดำรัสในวันที่ 11 ส.ค.53 อีกว่า ถ้าปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ซึ่งเชื่อมต่อด้านเหนือและปลายโค้งได้ ก็สามารถใช้เป็นทางลัดระบายน้ำได้เร็ว เพราะระยะทางสั้นเพียง 600 เมตรเท่านั้น
ดังนั้นกรมชลประทานจึงดำเนินการตามพระราชดำริเมื่อ พ.ศ.2546 เสร็จในปี พ.ศ.2548 โดยมีประตูระยายน้ำควบคุมน้ำที่ไหลผ่าน ไม่ให้มากเกินไปและป้องกันน้ำเค็มไหลย้อน โครงการลัดโพธิ์ช่วยลดระดับน้ำหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และลดระยะเวลาน้ำท่วมขังลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลาบปลื้มชื่นชมโครงการนี้มาก มีพระราชดำริให้ศึกษาการใช้พลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองให้เกิดประโยชน์ กรมชลประทานและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงร่วมกันประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ยื่นขอจดสิทธิบัตรงานทั้ง สองชิ้นในพระปรมาภิไธยด้วย
สำหรับสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2538 เพื่อใช้เป็นโครงข่ายถนนรองรับการขนถ่ายลำเลียงสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพ ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ และภูมิภาคอื่นๆของประเทศ เพื่อมิให้รถบรรทุกวิ่งเข้าไปในตัวเมือง อันเป็นสาเหตุของการจราจรติดขัดโดยรอบ
http://www2.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000166474
* ความปลื้มปิติ พระมหาธิคุณ จาก การปกครอง มีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ของประเทศไทย ชาวสยาม... * ต้องการเก็บรวบรวม ข่าว สาร ทุกชนิด ที่เกี่ยว ข้อง ไว้ให้ คนไว้สืบค้น... * สิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์ต้องนำเก็บจากเว็ปไซค์ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ ต่างๆ... * โดยเฉพาะ ที่ มีการโพส ข้อความ เสื่อมเสีย และ ทางเจ้าของเว็ปและคนโพส ไม่ใส่ใจกับการดูแลและแก้ไขในสิ่งผิด... * ควบคุมการจัด การแสดงความคิดเห็น ที่จะพาดพิงสร้างความเสียหายต่อสาธารณะ