เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ เนื่องจากเป็น "พระสูติบัตร" ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "ในหลวงของเรา" เมื่อย้อนหลังไปเกือบ 72 ปี ที่บันทึกไว้โดย ดร.สจ๊วต วิธเทมอร์ แพทย์ในพระประสูติกาล ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น ในเมือง บอสตัน เมื่อครั้งที่สมเด็จบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงศึกษาและพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา
คนไทยจะมีโอกาสได้เห็นพระสูติบัตรประวัติศาสตร์จากบอสตันนี้เป็นครั้งแรก เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติพระชนมายุ 72 พรรษา และในโอกาสที่กระทรวงสาธารณสุขสถาปนาครบ 80 ปี โดยนายกร ทัพพะรังสี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้ดั้นด้นเสาะหาเอกสารชิ้นสำคัญดังกล่าว เพื่อเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ กล่าวว่า
"เป็นเรื่องราวอันเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่ผมเห็นว่าเป็นเอกสารที่น่าสนใจจึงตามเก็บมาเมื่อ 3 ปีก่อน โดยครั้งนั้นตั้งใจว่าในฐานะที่เป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าอเมริกา จะนำสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงมาสร้างความเซอร์ไพรส์ ด้วยการจัดงานถวายเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษากับงานที่มีชื่อว่า MY FIRST FRIEND"
งานในครั้งนั้นคือจุดหนึ่งที่เชื่อมโยงถึงเรื่องราวของพระสูติบัตรในพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่ง กร ทัพพะรังสี ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยคลาร์ค แมสซาชูเซตส์ เล่าว่าเป็นความบังเอิญ เพราะบุตรสาวของ ดร.สจ๊วต แพทย์ในพระประสูติกาล "ในหลวงของเรา" เป็นภรรยาของอธิการบดีมหาวิทยาลัยคลาร์ค....ที่ดีใจก็คือ เป็นคนที่ได้ไปเจอเรื่องนี้เป็นคนแรก
"โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ ทุกอย่างยังคงสภาพเดิมอยู่ไม่เปลี่ยน ไม่ว่าสถานที่ประสูติ อาคารตึกหลังเก่า รวมถึงพระสูติบัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
จุดเริ่มต้นของการค้นพบคือ เมื่อไปที่โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น ที่นั่นมีแผ่นทองเหลืองสลักติดไว้ที่หน้าห้อง พร้อมกับมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนาง เจ้าฯ พระบรมราชินีนาถติดไว้ที่หน้าห้องและมีแผ่นสลักไว้หน้าห้องเลยว่า
ณ สถานที่แห่งนี้ คือสถานที่ประสูติของพระมหากษัตริย์ของไทย ใส่วันที่ ลงชื่อแพทย์ในประสูติกาลด้วย
"ที่ที่ในหลวงประสูติในตอนนั้นไม่มีใครรู้หรอกว่าวันหนึ่ง พระองค์ท่านจะได้เป็นกษัตริย์ แพทย์ในประสูติกาลก็ไม่รู้ เพราะพระบรมราชชนกไม่ได้เป็นพระมหากษัตริย์"
เมื่อบุตรสาวของ ดร.สจ๊วตชักชวนและเล่าให้ฟัง ตามประสาคนไทยของนายกรจึงได้ไปดูหลังจากที่เธอได้หยิบเอากล่องบุหรี่ที่ ระลึกพระราชทาน MY FIRST FRIEND ออกมาโชว์ พร้อมกับบอกเล่าถึงที่มา
"ผมเจอเขาก็เมื่อตอนที่กำลังจะจบซึ่งก่อนจบทางอธิการบดีและภรรยาก็จะเชิญมา ทานข้าว เพื่อเป็นการเลี้ยงแสดงความยินดี ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร เขามาสะกิดแล้วถามผมว่ามาจากไทยแลนด์ใช่มั้ย ผมบอกว่า ใช่... จากนั้นแกก็ไปข้างบนบ้าน ไขตู้สองสามชั้น หยิบของขิ้นหนึ่งมาแล้วถามผมว่า คุณกรเคยเห็นของนี่มั๊ย เราก็เปิดดู เขาก็บอกว่า ของนี้เป็นของขวัญที่พระเจ้าอยู่หัวของไทยแลนด์พระราชทานให้กับบิดาของ ข้าพเจ้า ผมก็ถามไปว่า พ่อของคุณเป็นใคร เขาก็เลยอธิบายว่าเป็นแพทย์ที่ถวายการประสูติ จากนั้นก็นั่งคุยกันยาวเลย"
เกร็ดประวัติศาสตร์ดังกล่าวจนกถึงวันนี้ นายกรเห็นว่านับเป็นวาระที่เหมาะสมสำหรับการนำสิ่งต่าง ๆ มาให้ชาวไทยทั้งประเทศได้รับรู้
ทั้งนี้โครงการเผยแพร่เอกสารชิ้นสำคัญทั้งหมหดของ กร ทัพพะรังสี ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงสาธารณสุข กำหนดจะเป็นวันที่ 27 พฤศจิกายน 2541 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 72 พรรษา ด้วยการเตรียมมองพระสูติบัตรที่ได้พบเจอเมื่อ 30 ปีก่อน เนื่องในโอกาสที่กระทรวงครบรอบ 80 ปี ในครั้งนี้
"ผมจะมอบพระสูติบัตรของในหลวงแก่กระทรวงสาธารณสุขเป็นของขวัญ ในโอกาสที่กระทรวงสาธารณสุขจะครบรอบ 80 ปี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวสารธารณสุขทั้งปวง"
หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขต้องประสบกับปัญหาวิกฤติศรัทธาจากประชาชนเกือบตลอดปี 2541
หากใครอยากเห็นก็สามารถไปชมได้ในวันที่ 27 พฤศจิกายนศกนี้ที่หน้าห้องประชุมใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี
ที่ มา : ถ่ายจากภาพหนังสือพิมพ์เก่าแขวนประดับไว้ในร้านกาแฟสด "คุ้นลิ้น" บ่อน้ำพุร้อน ระนอง ได้เห็นโดยบังเอิญระหว่างนั่งทานกาแฟพักเหนื่อยจากการถ่ายภาพบริเวณบ่อน้ำพุ ร้อน นับว่าเป็นศิริมงคลอย่างหาที่สุดมิได้
ทรงพระเจริญ
http://psw2548.multiply.com/journal/item/131/131
* ความปลื้มปิติ พระมหาธิคุณ จาก การปกครอง มีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ของประเทศไทย ชาวสยาม... * ต้องการเก็บรวบรวม ข่าว สาร ทุกชนิด ที่เกี่ยว ข้อง ไว้ให้ คนไว้สืบค้น... * สิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์ต้องนำเก็บจากเว็ปไซค์ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ ต่างๆ... * โดยเฉพาะ ที่ มีการโพส ข้อความ เสื่อมเสีย และ ทางเจ้าของเว็ปและคนโพส ไม่ใส่ใจกับการดูแลและแก้ไขในสิ่งผิด... * ควบคุมการจัด การแสดงความคิดเห็น ที่จะพาดพิงสร้างความเสียหายต่อสาธารณะ
